University of East Anglia

อุณหภูมิเฉลี่ยโลกอาจสูงจนทำลายสถิติในปี 2010

หน่วยงานด้านสภาพอากาศของอังกฤษ (Met Office) ได้ระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์จนทำลายสถิติที่มาในปี 2010 การพยากรณ์อากาศของปีหน้านี้คาดว่าโลกจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยนในปี 2010 อยู่ที่ 14.58 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ย (14.0 องศาเซลเซียส) ที่มีมาอยู่ 0.58 องศาเซลเซียส

ทางหน่วยงานระบุว่า การผสมของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและการที่อุณหภูมิในมหาสมุทธแปซิฟิก อุ่นขึ้นเป็นผลผลักดันให้ปีหน้าโลกจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งสถิติอุณหภูมิเฉลี่ยนที่สูงที่สุดอยู่ที่ 14.52 องศาเซลเซียสในปี 1998 จากการที่นักวิทยาศาสตร์​ของหน่วยงานได้แสดงผลของการพยากรณ์อากาศออกมาพบว่าโลกเรามีอุณหภูมิสูงขึ้น 0.6 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดในช่วงปี 1961-1990

แอลกอฮอล์ลดความเสี่ยงนิ่วลงได้

การดื่มแอลกอฮอล์ปานกลางนั้นจะสามารถช่วยปกป้องและต่อต้านต่อการพัฒนาการเป็นนิ่วได้ จากการวิจัยในชายและหญิงกว่า 25,000 คนพบว่าการดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณ 2 หน่วยต่อวันจะช่วยลดความเสี่ยงการเป็นนิ่วได้ถึง 3 เท่า

นิ่วนั้นเป็นโรคทั่วไปแต่อาการและความซับซ้อนนั้นจะสามารถพบเจอได้ 3 ใน 10 รายเท่านั้น นักวิทยาศาสตร์ได้ระบุว่าแอลกอฮอล์นั้นสามารถลดคลอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีได้ ซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดนิ่วขึ้น ในงานประชุมวิชาการ Digestive Disease ที

ข้อสรุปพิสูจน์ว่าขั้วโลกร้อนขึ้นเกิดจากน้ำมือมนุษย์

การวิจัยที่ทำโดยมหาวิทยาลัยอีสต์ แองเกลีย (UEA) ได้แสดงให้เห็นเป็นครั้งแรกว่ากิจกรรมมนุษย์นั้นมีส่วนรับผิดชอบต่อการอุ่นขึ้นของขั้วโลกทั้ง 2 อย่างมีนัยยะสำคัญ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย UEA นี้นำโดยหน่วยวิจัยสภาพอากาศและลงตีพิมพ์ในวารสาร Nature Geoscience

ในการศึกษาครั้งก่อนได้สังเกตุการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิมากกว่าในทศวรรษที่ผ่านมาในอาร์กติดและแอนตาร์กติกแต่ไม่มีผลศึกษาการเปลี่ยนแปลงต่อกิจกรรมของมนุษย์ อันเนื่องมาจาก ข้อมูลสังเกตุการณ์ที่ต่ำและความแปรผันของธรรมชาติที่มีมาก มากกว่านั้น [International Panel on Climate Change (IPCC)](http://www

duocore