astronomy

ดาราศาสตร์

องค์การอวกาศยุโรปตรวจดาวเคราะห์น้อย

Tags:

องค์การอวกาศยุโรป (ESA)ได้ภาพแรกของดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ห่างจากโลก 360 ล้านกิโลเมตร เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาระกิจที่นักวิทยาศาสตร์หวังที่จะช่วยเพิ่มความเข้าใจในการกำเนิดดวงดาว

รูปดาวเคราะห์น้อย Steins ภาพจาก ESA

ภาพดังกล่าวถูกส่งให้ทีมควบคุมที่ Darmstadt ในประเทศเยอรมัน โดยยานอวกาศโรเซ็ตต้า ของยุโรปที่บินผ่านดาวเคราะห์น้อย Steins ซึ่งอยู่ในวงแหวนดาวเคราะห์น้อยระหว่างวงโคจรดาวอังคารและดาวพฤหัส ในวันศุกร์ที่ผ่านมา

คลัสเตอร์เฝ้าระวังการรั่วของชั้นบรรยากาศโลก

นักวิจัยพบการรั่วอย่าสม่ำเสมอของออกซิเจนจากชั้นบรรยากาศไปสู่อวกาศ กลุ่มดาวเทียมคลัสเตอร์ของ European Space Agency (ESA) ค้นพบว่ากลไกทางกายภาพที่ทำให้เกิดการขับดันการรั่วนี้ เกิดจากสนามแม่เหล็กของโลกเริ่งให้ออกซิเจนรั่วออกไปเอง

ภาพจำลองการหลุดออกของไอออนออกซิเจน ฮีเลียมและ ไฮโดรเจนจากขั้วโลกไปสู่อวกาศ รูปจาก [physorg.com](European Space Agency)

งานชิ้นใหม่นี้เกิดจากการรวบรวมข้อมูลของคลัสเตอร์ตั้งแต่ปี 2001 ถึง 2003 คลัสเตอร์รวบรวมข้อมูลของลำแสงประจุไฟฟ้าของอะตอมออกซิเจน ซึ่งเป็นไอออน ไหลจากขั้วโลกไปยังอวกาศ คลัสเตอร์ยังสามารถวัดความแรงและทิศทางของสนามแม่เหล็กโลก เมื่อลำแสงนั้นปรากฏ ซึ่งนักวิจัยพบว่าไอออนของออกซิเจนถูกเร่งโดยประจุจากทิศทางสนามแม่เหล็กบนโลก ซึ่งเหมือนผลของหนังสติ๊ก

ปริศนาดาวเกิดใหม่ใกล้หลุมดำคลายแล้ว

ปริศนาที่ดาวก่อตัวในส่วนลึกของแรงดึงดูดในหลุมดำ ได้ถูกแก้โดยทีมนักดาราศาสตร์มหาวิทยาลัย เซนต์แอนดรูว์และ เอดินเบร์ก ทีมนักวิจัยได้รับการสนับสนุนจาก Science and Technology Facilities Council (STFC) ได้ทำการค้นพบกุญแจไขปริศนาดังกล่าว หลังจากพัฒนาการจำลองทางคอมพิวเตอร์ของกลุ่มเมฆยักษ์ของก๊าซที่ถูกดูดลงไปในหลุมดำ งานวิจัยนี้จะช่วยนักวิจัยมีความเข้าใจมากขึ้นในการกำเนิดของดวงดาวและหลุมดำที่มีขนาดใหญ่ยักษ์ ในกาแล็กซี่นี่และจักรวาล รายงานนี้ตีพิมพ์ลงวารสาร Science

เมฆสุริยะมวลสูงเคลื่อนที่สู่หลุมดำ รูปจาก sciencedaily.com

จนปัจจุบัน นักวิจัยได้พยายามไขปริศนาการกำเนิดของดาวรอบหลุมดำ ตั้งแต่กลุ่มเมฆโมเลกุล ซึ่งเป็นแหล่งทั่วไปของการเกิดดวงดาว ซึ่งน่าจะถูกดึงดูดเข้าไปโดยแรงโน้มถ่วงอันมหาศาลของหลุมดำไปก่อน

การทดลองล่าสุดยืนยันกฏฟิสิกส์ในกาแล็กซี่อื่นเหมือนกับบนโลก

แสงที่เดินทางจากแกแล็คซี่อันไกลโพ้น ช่วยทำให้นักวิทยาศาสตรยืนยันได้ว่ากฏฟิสิกส์บนโลกเหมือนกับที่อื่น ๆ ในจักรวาล

ดร. ไมเคิล เมอร์ฟี (Michael Murphy) นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสวินเบิร์น ในเมลเบิร์น ร่วมกับนักวิจัยจากซิดนีย์ ไต้หวัน และเยอรมนี ได้ใช้คลื่นวิทยุที่ปล่อยออกมาจากควอซาร์ห่างไปจากโลก 7.5 พันล้านปีแสงในการศึกษาครั้งนี้

โลกอาจเคยมีดวงจันทร์สามดวง

โลกอาจเคยมีดวงจันทร์ถึงสามดวง ไม่ใช่เพียงแค่หนึ่งอย่างในปัจจุบัน การศึกษาด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์บ่งชี้ว่าอย่างนั้น

บริวารทั้งสามนี้ ดวงหนึ่งคือดวงจันทร์ดวงกลมที่ยังคงอยู่ในปัจจุบัน ส่วนอีกสองดวงซึ่งเล็กกว่า มีขนาดประมาณดาวเคราะห์น้อย 100 กิโลเมตร บริวารทั้งสามใช้วงโคจรรอบโลกร่วมกัน เคลื่อนที่ตามกันไป ดวงเล็กนำหน้าดวงจันทร์ดวงหนึ่ง ตามหลังดวงจันทร์อีกดวงหนึ่ง ทิ้งระยะห่างกัน 60 องศาพอดี เมื่อมองจากโลก แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ชี้ว่าดวงจันทร์น้อยสองดวงนี้อาจเคยอยู่นับร้อยล้านปี ในเขตเสถียรในวงโคจรรอบโลกที่เรียกว่าจุดลากรานจ์ (Lagrangian points) ซึ่งเป็นจุดที่แรงดึงดูดโน้มถ่วงระหว่างดวงจันทร์กับโลกหักล้างกันพอดี กลายเป็นจุดสมดุลให้วัตถุได้อาศัยอยู่โดยมีวงโคจรที่เสถียร

ชัด ๆ อีกครั้งกับ พลูตอยด์

เพื่อความเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับสถานะของดาวพลูโต และการนับว่าดาวไหนจะเป็นพลูตอยด์ได้บ้าง (หลังจากมีการทักท้วงและแก้ไขไปแล้วในข่าวก่อนหน้า) ขออนุญาตคัดลอกบางส่วนซึ่งเป็นประเด็นสำคัญจากบล็อกของคุณเทพพิทักษ์ มาไว้ที่นี่ครับ:

  • ไม่มีการเปลี่ยนชื่อดาวพลูโต
  • มีคำใหม่คือ “พลูตอยด์” สำหรับเรียกดาวเคราะห์แคระที่อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์มากกว่าเนปจูนออกไป — เฉพาะที่ไกลกว่าเนปจูนเท่านั้น ไม่ใช่เรียกดาวเคราะห์แคระทั้งหมดว่าเป็นพลูตอยด์
  • ซีรีส เป็นดาวเคราะห์แคระ แต่ไม่ใช่พลูตอยด์ — เพราะอยู่ในแถบดาวเคราะห์น้อยระหว่างวงโคจรของดาวอังคาร กับดาวพฤหัสบดี - ไม่มีการตั้งชื่อให้กับกลุ่มดาวเคราะห์แคระที่อยู่บริเวณนี้ เพราะมีเพียงซีรีสเพียงดวงเดียว
  • ปัจจุบัน ระบบสุริยะมีดาวเคราะห์แคระอย่างเป็นทางการ 3 ดวง คือ ซีรีส, พลูโต, อีริส — โดยเป็นพลูตอยด์เสีย 2 ดวง คือ พลูโต และอีริส
  • สาเหตุของการลดชั้นพลูโตจากความเป็นดาวเคราะห์ อยู่ที่ขนาดของพลูโต ที่ไม่ใหญ่พอจะเก็บกวาดมวลสารจนเป็นผู้ครอบครองวงโคจรแต่ผู้เดียวได้ ไม่เกี่ยวกับสาเหตุอื่น ๆ — เช่น ไม่เกี่ยวกับระยะทางจากดวงอาทิตย์

สารพันธุกรรมอาจมาจากดวงดาวอื่น

นักวิทยาศาสตร์ได้ยืนยันเป็นครั้งแรกว่า สารพันธุกรรมที่สำคัญเริ่มต้นของสิ่งมีชีวิต ซึ่งพบบนอุกกาบาต มีต้นกำเนิดมาจากต่างดาว ซึ่งจะตีพิมพ์ลงวารสาร Earth and Planetary Science Letters การค้นพบนี้เป็นการบ่งชี้ว่าโมเลกุล ดีเอ็นเอ และอาร์เอ็นเอนั้นมาจากด้วอื่นในตอนเริ่มต้น

พลูโต ถูกลดสถานะเป็น พลูตอยด์

ดาวพลูโต ถูกปลดสถานะจากดาวเคราะห์มาเป็นดาวเคราะห์แคระ “พลูตอยด์” เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

องค์กรดาราศาสตร์นานาชาติได้ระบุว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารองค์กร ที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ได้ตัดสินใจในการกำหนดศัพท์ใหม่ขึ้นมา คือ “พลูตอยด์” เพื่อใช้เรียกประเภทดาวเคราะห์แคระที่มีวงโคจรหมุนรอบดวงอาทิตย์ และอยู่ไกลกว่าวงโคจรของดาวเนปจูน โดยดาวดังกล่าวจะต้องมีลักษณะเข้าใกล้ทรงกลม แต่มีขนาดไม่ใหญ่พอที่จะเก็บกวาดเทหวัตถุอื่นเขามาโคจรรอบตน (เพื่อครอบครองวงโคจรรอบดวงอาทิตย์แต่เพียงผู้เดียว)

ชมดวงจันทร์บังดาวอังคาร 10 พ.ค. นี้ ตาเปล่าก็มองเห็น

นักดาราศาสตร์ชวนชมปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวอังคาร วันที่ 10 พ.ค. ที่จะถึงนี้ ระบุไม่ควรพลาด หลายสิบปีจึงจะเวียนมาให้เห็นครั้งหนึ่ง (ชมคลิปที่สำนักข่าวไทย)

ปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้ เกิดจากการที่ โลก ดวงจันทร์ ดาวอังคาร มีตำแหน่งการโคจรอยู่ในแนวตรงกันกับผู้สังเกต คล้ายกับปรากฎการณ์สุริยุปราคา เพียงแต่เปลี่ยนดวงอาทิตย์เป็นดาวอังคารเท่านั้น โดยจะสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า

จำลองซูเปอร์โนวาด้วยซูเปอร์คอมพิวเตอร์

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโกจะใช้เวลาประมวลผล 22 ล้านชั่วโมงในการประมวล ฟิสิกส์ของการระเบิดของดวงดาว โดยทีมงานจะใช้เครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Blue Gene/P ที่ห้องปฏิบัติการแห่งชาติ Argonne เพื่อวิเคราะห์รูปแบบ 4 แบบของซูเปอร์โนวา รวมถึงการสร้างภาพจำลองของการเผาไหม้ด้วยไฟเทอร์โมนิวเคลียร์ของดาวแคระขาว โดยเวลาที่ได้ระบุข้างต้นเป็นการคำนวณของกระทรวงพลังงานสหรัฐ ด้วยโปรแกรม INCITE

roti

Syndicate content