ค้นพบระบบโมเลกุลรักษาความปลอดภัยที่ทำหน้าที่ปกป้องเซลล์จากดีเอ็นเออันตราย

นักวิจัยจาก[มหาวิทยาลัย Minnesota]http://www1.umn.edu/twincities/index.php) ได้ค้นพบโมเลกุลระบบรักษาความปลอดภัยในเซลล์มนุษย์ ที่สามารถหยุดการทำงานและย่อยดีเอ็นเอที่ไม่ใช่ของตนเองได้ ซึ่งการค้นพบนี้นำไปสู่การเปิดประตูในการปรับปรุงพันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีการบำบัดด้วยยีนครั้งใหญ่ งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ลงวารสาร Nature Structural and Molecular Biology

ในงานวิจัย นักวิจัยพบว่า APOBEC3A ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่พบในเซลล์ภูมิคุ้มกันมนุษย์นั้นสามารถหยุดยั้งการทำงานจองดีเอ็นเอแปลกปลอมได้ โดยการเป็นเบสในดีเอ็นเอที่ชื่อ cytosine ไปเป็น uracil ทำให้ดีเอ็นเอนั้นเกิดการกลายพันธุ์และไม่สามารถทำงานได้เป็นปกติ และหลังจากนั้นจะมีเอนไซม์อื่นมาย่อยดีเอ็นเอที่กลายพันธุ์นี้แล้วปล่อยไปเป็นของเสียนอกเซลล์

นักวิจัยนั้นรู้มาเป็นระยะเวลานานแล้วว่าเซลล์มนุษย์บางเซลล์นั้นนำดีเอ็นเออื่นเข้าไปได้ดีกว่าเซลล์อื่น แต่ยังไม่มีคำอธิบายทางโมเลกุลที่อธิบายเรื่องนี้ได้ดี ซึ่งการค้นพบนี้ทำให้ค้นพบเหตุผลหนึ่ง และการที่เซลล์ต้องห้ามดีเอ็นเอที่แปลกปลอมเข้ามากทำงานก็เพื่อการป้องกันการทำงานที่ผิดปกติที่ส่งผลให้เป็นโรคต่าง ๆ ได้ และการค้นพบนี้สามารถเอาไปประยุกต์ใช้กับโรคทางพันธุกรรมต่าง ๆ ได้อย่างดี

ด้วยการเข้าใจกลไกทางโมเลกุลนี้ว่าทำงานอย่างไร นักวิจัยสามารถพัฒนาการควบคุมโปรตีนนี้ให้สามารถมีคุณสมบัติที่ดีขึ้นในการเอายีนที่แย่ออกจากยีนที่ดี และนักวิจัยกำลังหาว่าทำไมเอนไซม์นี้ไม่มีผลต่อดีเอ็นเอของมนุษย์เอง การค้นพบว่ากลไกการควบคุมของดีเอ็นเอของแบคทีเรียนั้นเป็นจุดเริ่มให้เกิดพันธุวิศวกรรมศาสตร์ในช่วงทศวรรษที่ 1970 เมื่อกลไกเกี่ยวกับเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของดีเอ็นเอแบคทีเรียนั้นถูกเข้าใจเป็นอย่างดี พลังความรู้ในการตัดต่อและส่งดีเอ็นเอนี้ก็ถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมและการรักษาตลอดมา

ที่มา - sciencedaily.com

เอกสารอ้างอิง - nature.com

duocore