ผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือนที่รับประทานวิตามินรวมจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็ง โรคหัวใจหรือเสียชีวิตได้จากสาเหตุต่างเทียบเท่ากับผู้หญิงที่ไม่ได้รับประทานวิตามินรวม ซึ่งรายงานลงวารสาร Archives of Internal Medicine
กว่าครึ่งของชาวอเมริกาที่บริโภคอาหารเสริม ซึ่งมีมูลค่าการใช้จ่ายโดยรวมกว่า 20 พันล้านดอลลาห์ต่อปีในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ แต่ข้อมูลสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ต่อคุณประโยชน์ของอาหารเสริมอย่างเช่นวิตามินนั้นยังไม่เพียงพอ
นักวิจัยจาก สถาบันวิจัยมะเร็งเฟรด ฮัทชิสันได้วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้หญิงที่เข้าร่วมใน Women's Health Initiative (WHI) จำนวนกว่า 161,808 คน ที่จะทำการทดสอบทางคลินิก 3 แบบคือ การใช้ฮอร์โมนรักษา การให้อาหารและการให้วิตามิน D เสริม และมีผู้หญิงกว่า 93,676 คนจะเป็นส่วนหนึ่งในการติดตามการวิจัยนี้เช่นกัน ผู้หญิงที่อยู่ในโครงการ WHI ในระหว่างปี 1993 และ 1998 จะถูกเก็บข้อมูลการใช้วิตามินจากการสัมภาษณ์และการเก็บข้อมูลปริมาณวิตามินที่ได้รับจากการไปพบแพทย์และซื้อที่คลินิก
จากทั้งหมด 41.5% ของคนที่เข้าร่วมนั้นได้เคยใช้วิตามินรวม จนถึงปี 2005 มีกรณีของการเป็นมะเร็งเต้านม,มะเร็งมดลูก, มะเร็งไต, มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ, มะเร็งกระเพาะ, มะเร็งปอดหรือมะเร็งรังไขพัฒนาขึ้นมากว่า 9,619 กรณี อีก 8,571 คนเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจเช่น โรคหัวใจ และเส้นเลือดอุดตัน และมีรายงานการเสียชีวิต 9,865 กรณี การวิเคราะห์ข้อมูลเผยว่าไม่มีนัยยะสำคัญของความเกี่ยวข้องระหว่างการใช้วิตามินรวมและอื่น ๆ ต่อการพัฒนาของมะเร็ง โรคหัวใจหรือการเสียชีวิตในผู้หญิง
ความเสี่ยงนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงในผู้หญิงเมื่อใช้วิตามินรวมต่าง ๆ ยกเว้นการใช้อาหารเสริมที่ลดความเครียดซึ่งมีความเป็นไปได้ในการลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ อาหารเสริมลดความเครียดหลายอย่างจะประกอบด้วยกรดโฟลิคและวิตามินบีอื่น ๆ ในปริมาณสูง ซึ่ีงเคยมีรายงานวิจัยว่ากรดโฟลิคนั้นสามารถป้องกันมะเร็งได้
ที่มา - physorg.com
เอกสารอ้างอิง - Archives of Internal Medicine


