รายงานการประชุมไข้เดงกี่และไข้เลือดออกนานาชาติครั้งที่ 2 ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 15-17 ตุลาคมได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของงานประชุมนานาชาติว่าด้วยเรื่อง ไวรัสเดงกี่และไข้เลือดออกนานาชาติครั้งที่ 2 ที่จัดที่ภูเก็ต โรงแรมฮิลตัน อาคาเดีย รีสอร์ท แอนด์ สปา ซึ่งงานครั้งนี้จัดห่างจากครั้งแรกเป็น 8 ปี โดยครั้งแรกจัดที่จังหวัดเชียงใหม่ งานคราวนี้จัดขึ้นเพราะโลกเรามีการศึกษาและมีความรู้เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับไข้เดงกี่และไข้เลือดออก อีกทั้งยังมีภาวะการระบาดเพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การแลกเปลี่ยนความรู้ เทคนิค และวิธีการรักษา รวมถึงงานวิจัยจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความก้าวหน้าในการรักษาและบำบัดผู้ที่เป็นไข้เดงกี่และไข้เลือดออก

picture from book

งานนี้มีกำหนดลงทะเบียนวันแรกวันที่ 14 ซึ่งผมได้ไปลงทะเบียนและมอบโปสเตอร์เพื่อติดในงาน โดยโปสเตอร์งานวิจัยผมจะอยู่ในกลุ่ม สารต่อต้านไวรัสและการบำบัดรักษา ซึ่งในงานจะมีโปสเตอร์หลายกลุ่มมากมายแล้วแต่ ด้านอีกทั้งยังมีบูทจากสปอนเซอร์และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับงานนี้ตั้งอยู่ในโซนถัด ๆ ไป

Second International Conference on Dengue and Dengue Haemorrhagic Fever

picture from book

งานวันจริงเริ่มวันที่ 15 ตุลาคม 2008 เวลา 8.30 ณ ห้อง Grand Ballroom ซึ่งเป็นห้องใหญ่ ในตอนเช้าจะเป็นพิธีเปิดโดยมีผู้ว่าจังหวัดภูเก็ตกล่าวต้อนรับผู้ร่วมงาน ตามด้วยการกล่าวรายงานจากผู้อำนวยการกรมควบคุมโรคติดต่อ การกล่าวเปิดโดยผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขององค์การอนามัยโลก สุดท้ายเป็นการกล่าวเปิดงานโดยปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเมื่อกล่าวจบก็ได้เวลาพักเบรกกาแฟและอาหารว่าง

Second International Conference on Dengue and Dengue Haemorrhagic FeverSecond International Conference on Dengue and Dengue Haemorrhagic FeverSecond International Conference on Dengue and Dengue Haemorrhagic Fever

งานเริ่มอีกครั้งที่ห้องเดิมในเวลา 11.00 เริ่มต้นช่วงเวลาการนำเสนอสำคัญให้แก่ผู้ร่วมงานได้แก่

Dengue Hemorrhagic fever: A scourge of south east asia children

โดย Suchitra Nimmannitya จาก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต ซึ่งมาพูดกับการศึกษาการรักษาไข้เลือดออกในไทยมากกว่า 38 ปี จนสามารถแบ่งระดับขั้นของการเกิดโรคและรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการติดเชื้อของไวรัสเดงกี่นั้นสามารถก่อโรคได้ 3 โรคคือ ไข้เดงกี่ ไข้เลือดออก และอาการช๊อก ซึ่งจะมีอาการและวิธีการรักษาต่างกันไป ซึ่งเมื่อสามารถจำแนกโรคและระดับของโรคได้ก็สามารถทำการรักษาได้ถูกต้อง จนสามารถลดอัตราการเสียชีวิตได้จาก 10 % ลงเหลือ 1% โดยการศึกษานี้ทางองค์กรอนามัยโลกได้นำมาใช้เป็นหลักในการรักษาและการจำแนกไข้เลือดออก โดยจะมี 4 ขั้น

  1. มีไข้สูงเฉียบพลัน 2 -7 วัน
  2. เลือดออก
  3. ตับโต
  4. เกิดอาการช๊อกหรือการไหลเวียนโลหิตผิดปกติ

ข้อกำหนดทางห้องทดลองอีก 2 ข้อคือ

  1. thrombocytopenia (เกร็ดเลือด <100,000 /mm3)
  2. การเพิ่มขึ้นของ hematocrit (เพิ่มขึ้น >20%)

Second International Conference on Dengue and Dengue Haemorrhagic FeverSecond International Conference on Dengue and Dengue Haemorrhagic Fever

Dengue Vaccines: Progree and Challenges

โดย Scott B Halstead จาก PDVIมาพูดถึงความก้าวหน้าทางวัคซีนและความท้าทายของการวิจัย โดยได้กล่าวว่ามีการทำวัคซีนมาดดยตลอดตั้งแต่ปี 1980 โดยมีมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นผู้เริ่มต้นในไทย และมีการพัฒนาจนมีการทดสอบในอเมริกาและไทยใน 15 ปีต่อมา บริษัท InVitrogen ได้สร้างไวรัสวัคซีนของไวรัสเดงกี่ 2 ที่จะมีชิ้นส่วนของไวรัสเดงกี่ 1,3 และ 4 อยู่ด้วย ในวัคซีนที่จะเป็นตัวเลือกในการใช้่ซึ่งกำลังอยู่ในการทดลองขั้นต้น และยังมีวัคซีนที่พัฒนาโดย WRAIR นั้นสามารถเข้าสู่การทดสอบขั้นที่ 2 และ 3 ได้ในปีนี้ นอกจากนี้ยังมีวัคซีนที่พัฒนาโดยการสอดใส่ยีนไวรัสไข้เลือดออกลงในไวรัสไข้เหลือง ซึ่งจะทำการทดสอบขั้นที่ 3 ในปีนี้เช่นกัน ทางอินเดียและบลาซิลได้พัฒนาวัคซีนไวรัสไข้เลือดออกทั้ง 4 สายพันธุ์แยกจากกัน ซึ่งให้ผลดีและปลอดภัย

ความท้าทายที่สำคัญของการพัฒนาวัคซีนนี้คือ ปริมาณยาที่จะต้องน้อยและมีประสิทธิภาพในการป้องกัน และมีความปลอดภัยไม่มีผลข้างเคียงหรือมีก็น้อยที่สุด

Second International Conference on Dengue and Dengue Haemorrhagic FeverSecond International Conference on Dengue and Dengue Haemorrhagic Fever

Dengue Vaccinces are coming: Current status and long term implications

หัวข้อนี้พูดโดย Scott Halstead จากสหรัฐอเมริกา โดยมีการเปลี่ยนหัวข้อกระทันหัน เป็น Dengue Vaccinces are coming: Are we prepare? ซึ่งเป็นการพูดความเรามีความพร้อมแค่ไหนที่จะรับการมาของวัคซีนไข้เลือดออก โดยคำตอบคือเราไม่มีความเตรียมพร้อมที่การมาของวัคซีนไข้เลือดออก เพราะไวรัสเดงกี่มีหลายสายพันธุ์ ทำให้ยากต่อการผลิตวัคซีนและควบคุมผลข้างเคียง อีกทั้งยังมีความพร้อมที่จะรับมือแก้ปัญหาผลข้างเคียงได้น้อย ความพร้อมของแต่ละประเทศที่จะผลิตและจำหน่ายวัคซีนออกไป

Second International Conference on Dengue and Dengue Haemorrhagic FeverSecond International Conference on Dengue and Dengue Haemorrhagic Fever

หลังจากนี้เป็นช่วงพักเที่ยง โดยทางโรงแรมเลี้ยงอาหาร ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะทานอาหารไทย เทศ มังสวิรัต อิสลาม และขนม จบจากภาคบ่ายก็เริ่มการนำเสนอเนื้อหาสำคัญต่อได้แก่

Epidemology and current situation od Dengue: Global picture

โดย Duane Gubler (USA) มาพูดประวัติการระบาดไวรัสไข้เลือดออก ซึ่งสมัยก่อนระบาดระหว่างอเมริกาใต้และเอเชียตะวันออกเแียงใต้ไปจนถึงเอเชียตะวันออก ซึ่งในปัจจุบันมีการระบาดมากขึ้นเนื่องจากมีการคมนาคมที่ดีขึ้น โดยตอนนี้ยังอยู่ในการวิจัยเส้นทางการเดินทางของนักเดินทางและการเกิดขึ้นของไข้เลือดออก

Second International Conference on Dengue and Dengue Haemorrhagic FeverSecond International Conference on Dengue and Dengue Haemorrhagic Fever<a href="http://www.flickr.com/photos/molecularck/2979181041/" title="Second International Confere

Insights on the mechanism of viral fusion from structure studies of Flavivirus and related class II envelope proteins

โดย Felix Rey (France) มาพูดถึงการทดลองว่าเปลือกของไวรัสเดงกี่นั้นมีการเชื่อมต่ออย่างไร เพื่อที่จะหากลไกการยับยั้งการเชื่อมนั้นได้

Sustainability and cost of community-based Mesocyclops programs to control Aedes aegypti in Vietnam: An update on outstanding progress

โดย Brian Kay (Australia) มาพูดถึงการป้องกันยุงลายในเวียดนามว่าใช้ิวธีการอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการเข้าหาชุมชน

Opportunities for innovation in Dengue control

โดย Julie Jacobson and Kathryn Aultman (Bill and Melinda Gates Foundation, USA) มาพูดถึงการสนับสนุนจากมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ ต่อการสนับสนุนวิจัยในไข้เลือดออก รวมถึงการค้นหาเครื่องมือวิจัยใหม่ ๆ ต่อการวิจัยไข้เลือดออกในอนาคต

Second International Conference on Dengue and Dengue Haemorrhagic FeverSecond International Conference on Dengue and Dengue Haemorrhagic Fever

Priority needs for Dengue research: A global view

โดย Axel Kroeger (WHO, Geneva) มาพูดว่าการวิจัยไวรัสเดงกี่ตอนนี้ขาดอะไร ซึ้งที่องค์การอนามัยโลกสรุปได้และกำลังเติมช่องว่างนั้นอยู่คือ

  1. ความร้ายแรงของโรค และกรณีการเสียชีวิต
  2. การควบคุมพาหะของโรค
  3. การป้องกันขั้นต้นและขั้นต่อมา (วัคซีนและยา)
  4. นโยบายของรัฐและการกระจายตัวของสถานพยาบาล

Second International Conference on Dengue and Dengue Haemorrhagic FeverSecond International Conference on Dengue and Dengue Haemorrhagic Fever

จบการนำเสนอพิเศษแล้วก็ได้เวลาพักกาแฟและอาหารว่างอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มการสัมมนาทั่วไปซึ่งจะจัดตามห้องประชุมต่างของทางโรงแรม ห้องที่ผมเข้าฟังได้แก่เรื่อง

The highlight on dengue virus replication

โดย Suman Paranjapee (USA) เป็นการพูดถึงกลไกการแบ่งตัวของไวรัส และโปรตีนที่เป็นหมายของการพัฒนายา อย่าง โปรตีน NS2B-NS3 ซึ่งเป็นเอนไซม์ของไวรัสเดงกี่ที่จะทำงานตัวแรกเมื่อจะเกิดการแบ่งตัว การยับยั้งโปรตีนตัวนี้จะทำให้กลไกการแบ่งตัวหยุดลงได้

Modulati on of STAT3 signaling-A potenti al strategy employed by dengue virus to evade host anti -viral immune immune response

โดย Mah-Lee Ng (Singapore) มาพูดเรื่องปฏิกิริยาระหว่างโปรตีนที่เรียกว่า NS1 ของไวรัสนั้นจะทำปฏิกิริยาจับตัวกับโปรตีนของเซลล์เจ้าบ้านที่เรียกว่า STAT3β การแสดงออกที่มากเกินของโปรตีน NS1 ในเซลล์ภูมิคุ้มกันแสดงให้เห็นว่ามีการเพิ่มขึ้นของ Cytokines ที่ทำให้เกิดการอักเสบเบื้องต้น ซึ่งนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทของโปรตีน NS1 ของไวรัส การศึกษาไวรัสใช้ STAT3β ควบคุมการแสดงออก STAT3α ให้ลดลง ซึ่ง STAT3α มีหน้าที่ในการส่งสัญญาณให้ภูมิคุ้มกันกำจัดไวรัสให้หยุดทำงานลงทำให้ไวรัสสามารถขยายตัวได้

A novel cis-acting RNA element within 3'-untranslated region of Dengue virus type II is required for replication.

โดย Radhakrishnan Padmanabhan (USA) มาพูดเรื่องบทบาทของปลายด้านปลายของ RNA ไวรัสเดงกี่นั้นมีความสำคัญต่อกลไกการถ่ายรหัสและแปลรหัสของไวรัส โดยจะโครงสร้างการม้วนตัวที่เฉพาะเพื่อเกิดการจับกับโปรตีนที่ทำหน้าที่ถ่ายและแปลรหัสได้ การรบกวนบางช่วงของปลายด้านหนึ่งของ RNA นั้นจะทำให้ประสิทธิภาพการแปลรหัสลดลง

Structural views of the DENV-NS3 protease-helicase Perspective for drug design

โดย Julien Lescar (Singapore) มาพูดโครงสร้างส่วนหนึ่งของโปรตีน NS3 ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีชื่อ Helicase โดยได้ทำการหาโครงสร้างได้เป็นผลสำเร็จและหาหมู่กรดอะมิโนที่มีความสำคัญและกลไกการทำงานของเอนไซม์นี้ เพื่อที่จะเป็นข้อมูลต่อการพัฒนายารักษาต่อไป

Analysis of temperature sensitive mutants of dengue virus serotype 4 using replicon system.

โดย Sofi a L. Alcaraz-Estrada (Mexico) มาพูดความอ่อนไหวของอุณหภูมิต่อไวรัสเดงกี่ทั้ง 4 สายพันธุ์ การศึกษาเผยให้เห็นว่าไวรัสจะมีการแบ่งตัวได้ดีสุดที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส ถึงอย่างไรก็ตามก็คงต้องมีการศึกษาต่อไป

จบช่วงนี้ก็มีการนำเสนอของโปสเตอร์ โดยจะมีโปสเตอร์ที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องนำเสนอด้วยสไลด์ประมาณ 5 นาที

ตกเย็น ทางผู้จัดก็เลี้ยงอาหารค่ำแก่ผู้ร่วมงาน เป็นอันเสร็จสิ้นวันแรก

รูปภาพ - flickr.com

duocore