แสงที่เดินทางจากแกแล็คซี่อันไกลโพ้น ช่วยทำให้นักวิทยาศาสตรยืนยันได้ว่ากฏฟิสิกส์บนโลกเหมือนกับที่อื่น ๆ ในจักรวาล
ดร. ไมเคิล เมอร์ฟี (Michael Murphy) นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสวินเบิร์น ในเมลเบิร์น ร่วมกับนักวิจัยจากซิดนีย์ ไต้หวัน และเยอรมนี ได้ใช้คลื่นวิทยุที่ปล่อยออกมาจากควอซาร์ห่างไปจากโลก 7.5 พันล้านปีแสงในการศึกษาครั้งนี้
แสงที่ใช้ในการศึกษาคือรังสีที่แผ่จากควอซาร์ B0218+357 (ควอซาร์คือหลุมดำขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางกาแล็กซี่)เดินทางผ่านกาแล็กซี่มา 6 พันล้านปีแสงจนถึงโลกเรา ซึ่งในระหว่างการเดินทางผ่านอวกาศ ความยาวคลื่นบางช่วงจะถูกดูดซับด้วยกลุ่มเมฆแอมโมเนีย
นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้รังสีในการคำนวณหาอัตราส่วนมวลของโปรตอนและอิเล็กตรอนในอะตอมของแอมโมเนีย เพื่อหาบาร์โค้ดหรือรหัสเฉพาะในแต่ละอะตอม โดยบาร์โค้ดนี้จะแสดงให้เห็นถึงผลของแรงโน้มถ่วงและแรงแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีต่อโมเลกุลแอมโมเนียนั้น ๆ เพราะฉะนั้นความแตกต่างในโมเลกุลของแอมโมเนียย่อมแสดงให้เห็นถึง กฏทางฟิสิกส์ที่แตกต่างกันระหว่างสองสถานที่ในจักรวาลได้
ซึ่งผลการศึกษาล่าสุดพบว่า อัตราส่วนมวลของโปรตอนและอิเล็กตรอนในแกแล็คซี่อื่นเหมือนกับบนโลก
ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งสมมติฐานว่ากฏทางฟิสิกส์เป็นจริงในทุกที่ของจักรวาล อย่างไรก็ตามสมมติฐานนี้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ในทางทฤษฏี การทดลองด้านนิวเคลียร์ฟิสิกส์อย่างเช่นการทดลองนี้เท่านั้น จึงจะสามารถพิสูจน์สมมติฐานนี้ได้ว่าเป็นจริง
ซึ่งอย่างน้อยการทดลองนี้ได้พิสูจน์ว่า กฏทางฟิสิกส์เป็นจริงในสองที่ของจักรวาล นั่นคือบนโลกกับสถานที่ที่เป็นแหล่งกำเนิดของรังสีที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้
ในขณะนี้นักวิจัยกลุ่มอื่นได้พยายามทำการทดลองนี้เช่นเดียวกัน แต่ใช้โมเลกุลไฮโดรเจนในการศึกษา อย่างไรก็ตามโมเลกุลแอมโมเนียมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ มากกว่า ซึ่งทำให้ง่ายต่อการทำวิจัยในครั้งนี้
โดยการคาดการณ์ในปัจจุบันพบว่า จักรวาลมีอายุราว 14 พันล้านปี รังสีที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ใช้เวลาเดินทาง 6 พันล้านปีจึงมาถึงโลกเรา ซึ่งสามารถสรุปได้ว่ากฏทางฟิสิกส์เป็นจริงมาตลอดครึ่งอายุของจักรวาลแล้ว
ที่มา: ABC Science


